คู่มือทั้งหมด

อุปกรณ์นิวเมติกส์มีอะไรบ้าง? คู่มือระบบลมในโรงงานฉบับเข้าใจง่าย

อัปเดต 2026-10-22

ระบบนิวเมติกส์ (Pneumatic system) คือระบบที่ใช้ลมอัดส่งพลังงานให้เครื่องจักรดัน ดึง ยก หนีบ หรือย้ายชิ้นงาน เจอได้แทบทุกไลน์ผลิต ตั้งแต่โรงงานชิ้นส่วนรถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงไลน์บรรจุภัณฑ์ บทความนี้สรุปว่าระบบลมมีอุปกรณ์อะไรบ้าง แต่ละตัวทำหน้าที่อะไร และเวลาสั่งซื้อต้องดูอะไร

ทำไมโรงงานนิยมใช้ระบบลม

ลมอัดผลิตได้จากปั๊มลมชุดเดียวแล้วเดินท่อไปใช้ได้ทั้งโรงงาน อุปกรณ์ราคาไม่สูง ติดตั้งง่าย ทำงานเร็ว และตัวทำงานอย่างกระบอกลมไม่มีไฟฟ้า จึงใช้ในจุดที่เปียกหรือมีฝุ่นได้ดี

ข้อจำกัดคือแรงที่ได้น้อยกว่าระบบไฮดรอลิก และหยุดกลางทางได้ไม่แม่นเท่ามอเตอร์ไฟฟ้า งานกดหรือยกของหนักมากจึงมักใช้ไฮดรอลิก ส่วนงานที่ต้องหยุดหลายตำแหน่งแม่นๆ มักใช้กระบอกไฟฟ้า

ลมเดินทางผ่านอุปกรณ์อะไรบ้าง

  1. ปั๊มลม (Air compressor) อัดอากาศ แล้วเก็บไว้ในถังพักลม
  2. เครื่องทำลมแห้ง (Air dryer) และไส้กรองหลัก ดักน้ำและฝุ่นออกจากลม
  3. ชุดกรองลม ปรับแรงดัน (FRL) หน้าเครื่องจักร กรองซ้ำและตั้งแรงดันให้คงที่
  4. วาล์วควบคุมทิศทาง เช่น โซลินอยด์วาล์ว สั่งให้ลมเข้าและออกจากกระบอกลม
  5. สปีดคอนโทรล ปรับความเร็วการเคลื่อนที่
  6. กระบอกลม หรือตัวทำงานอื่น เช่น หัวจับลม เปลี่ยนแรงลมเป็นงาน

ทุกจุดเชื่อมกันด้วยสายลมและข้อต่อลม

1. ปั๊มลมและปั๊มสุญญากาศ

ต้นกำลังของระบบลม เลือกตามปริมาณลมที่ทุกเครื่องในโรงงานใช้รวมกัน (ลิตรต่อนาที) และแรงดันใช้งาน งานที่ต้องการลมสะอาดไม่มีน้ำมันปน เช่น อาหาร ยา และอิเล็กทรอนิกส์ มักใช้ปั๊มแบบไร้น้ำมัน (Oil-free) ส่วนงานดูดจับชิ้นงานใช้ปั๊มสุญญากาศ

ตัวอย่างรุ่น:ISP-90

2. ชุดกรองลม ปรับแรงดัน (FRL)

FRL ย่อมาจาก Filter (กรอง) Regulator (ปรับแรงดัน) และ Lubricator (เติมน้ำมันหล่อลื่น) ติดหน้าเครื่องจักรทุกเครื่อง เพื่อกรองน้ำและฝุ่นที่หลุดมาตามท่อ และตั้งแรงดันให้คงที่ เพราะแรงดันในท่อหลักแกว่งขึ้นลงตามการใช้ลมของทั้งโรงงาน

อุปกรณ์ลมรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ไม่ต้องเติมน้ำมัน จึงนิยมใช้แค่ชุดกรองลมปรับแรงดัน (Filter regulator) ตัวเดียว ถ้าเริ่มเติมน้ำมันให้ระบบไปแล้ว ต้องเติมต่อตลอด

ตัวอย่างรุ่น:AW20-02BG-DAR20-02BG-DW3000-10-WGAFR20008ASWG

3. วาล์วควบคุมทิศทาง (โซลินอยด์วาล์ว วาล์วลม วาล์วมือ)

ทำหน้าที่เหมือนสวิตช์ของลม เปิดให้ลมเข้าด้านหนึ่งของกระบอกลมและระบายอีกด้านทิ้ง ตัวเลขอย่าง 5/2 หมายถึงมี 5 ช่องต่อลม (port) และ 2 ตำแหน่งการทำงาน

  • 5/2 ทาง: ใช้กับกระบอกลมสองทาง (Double acting) พบบ่อยที่สุด
  • 5/3 ทาง: มีตำแหน่งกลางเพิ่ม 3 แบบ คือ ปิดกลาง (ค้างตำแหน่งไว้) ระบายกลาง และอัดลมกลาง
  • 3/2 ทาง: ใช้กับกระบอกลมทางเดียว (Single acting) หรือใช้เปิดปิดลมทั่วไป

แยกตามวิธีสั่งงานได้ 3 แบบ คือ โซลินอยด์วาล์ว (สั่งด้วยไฟฟ้า เช่น 24VDC จาก PLC) วาล์วสั่งงานด้วยลม (Air pilot ใช้ในจุดที่ไม่มีไฟ) และวาล์วกลไกหรือวาล์วมือ (ใช้ลูกกลิ้ง ก้านกด หรือปุ่มกด) โซลินอยด์แบบซิงเกิ้ลมีคอยล์เดียว ตัดไฟแล้วสปริงดันกลับ ส่วนแบบดับเบิ้ลมีสองคอยล์ จะค้างตำแหน่งสุดท้ายไว้แม้ไฟดับ

ตัวอย่างรุ่น:SY5120-5LZD-014V210-084A320-10110-4E1CM3V06CM3PP06G

4. กระบอกลม (Air cylinder)

ตัวทำงานหลักของระบบ เปลี่ยนแรงลมเป็นการเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง ขนาดที่ต้องรู้มี 2 ค่า คือ ขนาดกระบอก (Bore) ซึ่งกำหนดแรง และระยะชัก (Stroke) ซึ่งกำหนดระยะที่ก้านสูบเคลื่อนที่

  • กระบอกลมมาตรฐาน ISO 15552: ขนาดยึดเป็นมาตรฐานสากล หลายยี่ห้อใช้แทนกันได้
  • กระบอกลมคอมแพค (ตัวบาง): สั้น ประหยัดพื้นที่ ใช้กับงานจิ๊กและงานหนีบ
  • กระบอกลมกลมขนาดเล็ก: งานเบา งานกด งานดัน
  • กระบอกลมแกนคู่ (Twin rod): ก้านสูบสองแกน ไม่หมุน รับแรงด้านข้างได้ดีกว่า
  • สไลด์เทเบิลและกระบอกลมไร้ก้าน (Rodless): งานเคลื่อนที่ระยะยาวในพื้นที่จำกัด

รุ่นที่มีแม่เหล็กในลูกสูบใช้คู่กับเซนเซอร์ (Auto switch) ที่ติดข้างกระบอก เพื่อบอก PLC ว่ากระบอกลมไปถึงตำแหน่งแล้ว ดูได้จากรหัสรุ่น เช่น SMC ใส่ตัว D หลัง C (CDQ2) ส่วน Airtac ใส่ตัว S ต่อท้าย (ACQ20X20S)

5. สปีดคอนโทรล (Speed controller)

วาล์วปรับปริมาณลมไหล ใช้ปรับความเร็วกระบอกลม นิยมแบบมีข้อต่อในตัวที่ขันติดรูลมของกระบอกลมโดยตรง และตั้งแบบควบคุมลมออก (Meter-out) ซึ่งทำให้กระบอกลมเคลื่อนที่นิ่งกว่า

ตัวอย่างรุ่น:AS2201F-01-06SA

6. ข้อต่อลม สายลม และอุปกรณ์เสริม

ข้อต่อลมแบบเสียบสาย (Push-in หรือที่ช่างเรียกว่าข้อต่อวันทัช) เสียบสายแล้วล็อกทันที ถอดโดยกดแหวนปลดล็อก หลายยี่ห้อ เช่น Airtac ใช้ตัวอักษรนำหน้าบอกรูปทรง

รหัสนำหน้ารูปทรง
PCข้อต่อตรง เกลียวนอก
PLข้อต่องอ เกลียวนอก
PUข้อต่อตรง สายต่อสาย
PEข้อต่อสามทาง (ตัว T)
PYข้อต่อสามทาง (ตัว Y)

สายลมนิยมสายโพลียูรีเทน (PU) ที่อ่อนตัว และสายไนลอนที่ทนแรงดันและความร้อนได้มากกว่า วัดขนาดจากเส้นผ่านศูนย์กลางนอก เช่น 4, 6, 8, 10 และ 12 มม. อุปกรณ์เสริมที่เจอบ่อยคือเพรสเชอร์สวิตช์ (เตือนเมื่อแรงดันลมตก) เกจวัดแรงดัน และไซเลนเซอร์ (ลดเสียงลมระบาย)

ตัวอย่างรุ่น:PC603PU6PE6KQ2TUISE20-N-01-L

วิธีอ่านรหัสรุ่น (ตัวอย่างรหัสจริง)

รหัสส่วนของรหัสความหมาย
TN32X80STNกระบอกลมแกนคู่ ซีรีส์ TN ของ Airtac
32ขนาดกระบอก 32 มม.
80ระยะชัก 80 มม.
Sมีแม่เหล็กสำหรับเซนเซอร์
4V210-084Vโซลินอยด์วาล์ว 5 ช่องลม ของ Airtac
210ซีรีส์ 200 แบบ 5/2 ซิงเกิ้ลโซลินอยด์ (220 คือดับเบิ้ลโซลินอยด์)
08เกลียว 1/4 นิ้ว
PC603PCข้อต่อตรง เกลียวนอก
6เสียบสายลม 6 มม.
03เกลียว 3/8 นิ้ว

รหัสเดียวกันเขียนได้หลายแบบ เช่น 4V210-08 กับ 4V21008 หรือ PC603 กับ PC6-03 เวลาส่งรหัสมา เขียนแบบไหนเราก็หาให้ได้

คำนวณแรงกระบอกลมแบบง่าย

แรงทางทฤษฎี = แรงดันลม × พื้นที่หน้าลูกสูบ (F = P × A)

ตัวอย่าง กระบอกลม Bore 32 มม. ใช้ลม 0.5 MPa (5 บาร์) พื้นที่ลูกสูบ = 3.14 × 16 × 16 ≈ 804 ตร.มม. แรงดันออก ≈ 0.5 × 804 ≈ 402 นิวตัน หรือประมาณ 41 กิโลกรัมแรง

จังหวะดึงกลับได้แรงน้อยกว่า เพราะก้านสูบกินพื้นที่ไปส่วนหนึ่ง และควรเลือกขนาดให้แรงทางทฤษฎีมากกว่าน้ำหนักงานประมาณ 1.5–2 เท่า เผื่อแรงเสียดทานและแรงดันลมที่ตกระหว่างใช้งาน

ปัญหาที่เจอบ่อยและวิธีเช็กเบื้องต้น

  • กระบอกลมดันไม่สุดหรือแรงตก: เช็กแรงดันที่เรกูเลเตอร์ก่อน ถ้าแรงดันปกติแต่มีลมรั่วที่ก้านสูบ มักเป็นที่ซีลสึก เปลี่ยนชุดซีลหรือเปลี่ยนกระบอกใหม่
  • โซลินอยด์วาล์วไม่ทำงาน: เช็กว่ามีไฟเข้าคอยล์และแรงดันลมตรงสเปค ถ้ามีไฟแต่วาล์วไม่สลับ อาจเป็นที่คอยล์ หรือมีน้ำและฝุ่นติดอยู่ในตัววาล์ว
  • มีน้ำในสายลม: ระบายน้ำที่ถ้วยกรองและถังพักลมเป็นประจำ หรือเปลี่ยนเป็นแบบระบายน้ำอัตโนมัติ ถ้ายังมีน้ำมาก ควรติดเครื่องทำลมแห้ง
  • กระบอกลมกระแทกปลายทาง: ลดความเร็วด้วยสปีดคอนโทรล หรือปรับคุชชั่นที่ฝาท้ายกระบอก ถ้ารุ่นนั้นมี

คำถามที่พบบ่อย

นิวเมติกส์กับไฮดรอลิกต่างกันอย่างไร?
นิวเมติกส์ใช้ลมอัด แรงดันใช้งานทั่วไปไม่เกินราว 1 MPa (10 บาร์) ทำงานเร็ว สะอาด และราคาถูกกว่า ส่วนไฮดรอลิกใช้น้ำมัน แรงดันสูงกว่าหลายสิบเท่า จึงให้แรงมากกว่ามาก เหมาะกับงานกดและงานยกหนัก
แรงดันลมที่ใช้ในโรงงานทั่วไปเท่าไร?
ส่วนใหญ่ตั้งไว้ราว 0.4–0.7 MPa (4–7 บาร์) ที่หน้าเครื่องจักร อุปกรณ์ลมส่วนใหญ่รับแรงดันสูงสุดได้ราว 0.7–1.0 MPa ควรดูค่าที่พิมพ์บนตัวอุปกรณ์หรือในแคตตาล็อกก่อนตั้งค่า
ใช้ยี่ห้ออื่นแทนกันได้ไหม?
ได้ในหลายกรณี เช่น กระบอกลมมาตรฐาน ISO 15552 ขนาดเดียวกันใช้แทนกันได้เกือบทุกยี่ห้อ แต่วาล์วและกระบอกลมคอมแพคแต่ละยี่ห้อมีขนาดยึดและเกลียวต่างกัน ต้องเช็กก่อน ส่งรุ่นเดิมมา เราเช็กรุ่นที่ใช้แทนได้ให้
ไม่รู้รหัสรุ่น ทำอย่างไร?
ถ่ายรูปตัวอุปกรณ์ให้เห็นตัวหนังสือหรือป้ายรุ่น แล้วส่งมาทาง LINE ถ้าตัวหนังสือลบไปแล้ว ให้วัดขนาดกระบอก ระยะชัก และขนาดเกลียว แล้วส่งรูปการติดตั้งมาด้วย

ขอราคาอุปกรณ์นิวเมติกส์

เราจัดหาอุปกรณ์นิวเมติกส์ยี่ห้อ SMC, Airtac, CKD, Festo, Koganei, Parker, ASCO, Burkert และ Anest Iwata ทั้งรุ่นตรงและรุ่นเทียบ ส่งข้อมูลเหล่านี้มาทาง LINE จะได้ราคาเร็วที่สุด

  • รหัสรุ่นเต็มที่พิมพ์บนตัวอุปกรณ์หรือป้ายรุ่น (nameplate) ถ่ายรูปส่งมาได้เลย
  • กระบอกลม: ขนาดกระบอก (Bore) ระยะชัก (Stroke) และแบบการยึด
  • วาล์ว: ไฟที่ใช้ (เช่น 24VDC หรือ 220VAC) ขนาดเกลียว และแบบ 5/2 หรือ 5/3
  • ข้อต่อ: ขนาดสายลม (มม.) และขนาดเกลียว
  • จำนวน และวันที่ต้องการของ

กระบอกลม วาล์วลม และชุดกรองลม · Pneumatic Cylinder, Valve and Air Unit

แบรนด์ที่จัดหาได้

Request for quotation

ส่ง Part No หรือรูปสินค้าให้ทีม Mega ช่วยหา

เหมาะกับงานซ่อมบำรุง งานหยุดไลน์ผลิต และอะไหล่เฉพาะรุ่นที่ต้องหา supplier หลายแหล่ง

ขอใบเสนอราคา
081-639-3100LINE